วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

SIPA จัดโครงการประกวดแผนการตลาดธุรกิจซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ

โครงการประกวดแผนการตลาดธุรกิจซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ (Software Marketing Plan Contest) เป็นโครงการภายใต้ “นวัตกรรมวาณิชย์ รุ่นที่ 2 ประจำปี 2552” สำหรับธุรกิจซอฟต์แวร์ โดยความร่วมมือระหว่างคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมคัดสรรแผนการตลาดดีเด่นสำหรับซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในตลาด และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์มีความรู้ความสามารถและสนใจบริหารจัดการ ด้านการตลาด รวมทั้งสถาบันการศึกษาหันมาสนใจพัฒนาบุคลากรด้านการตลาดซอฟต์แวร์เป็นการ เฉพาะมากขึ้น

โครงการได้กำหนดแบ่งประเภทหมวดหมู่การแข่งขันโดยตามลักษณะการจำหน่ายเป็น 2 ลักษณะสำหรับซอฟต์แวร์แต่ละประเภท รวม 7 ประเภท ดังนี้

  1. B2B - Enterprise Software
  2. B2B - Embedded Software
  3. B2B - Animation
  4. B2B – Game
  5. B2C – Animation
  6. B2C – Game
  7. B2C – Others เช่น Utility, Dictionary, AntiVirus เป็นต้น
*การจำหน่ายลักษณะ B2B หมายถึงซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะการจัดจำหน่ายให้กับผู้ใช้ที่เป็นนิติบุคคล องค์การต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หรือสถาบันการศึกษาเป็นต้น

*การจำหน่ายลักษณะ B2C หมายถึงซอฟต์แวร์ที่มีลักษณะการจัดจำหน่ายให้กับผู้ใช้ที่เป็น

บุคคลทั่วๆไป ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ตลอดนครัวเรือนต่างๆ เป็นต้น ผู้จัดส่ง Proposal เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมทางวิชาการในหัวข้อ “กลยุทธ์ทางการตลาดในธุรกิจซอฟต์แวร์” จำนวน 60 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

บุคคล ทั่วไป และนิสิตนักศึกษาทุกระดับที่มีความรู้ด้านการตลาด หรือด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ สมัครเป็นทีม ทีมละอย่างน้อย 2-4 คน โดยในแต่ละทีมจะต้องประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ทั้งด้านการตลาดและด้านการ พัฒนาซอฟต์แวร์ สำหรับผู้สนใจที่มีความรู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งสามารถลงทะเบียนสมัครแข่งขัน ได้ โดยทางโครงการจะหาสมาชิกที่เหมาะสมเพิ่มเติมให้

คณะกรรมการพิจารณาแผนการตลาดธุรกิจซอฟต์แวร์ตามเกณฑ์ต่อไปนี้

  1. ความครบถ้วนสมบูรณ์ของแผนการตลาด
  2. ความสามารถในการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมทางการตลาดในธุรกิจซอฟต์แวร์
  3. ความเหมาะสมในการเลือกกลุ่มเป้าหมาย
  4. ความเป็นไปได้ของกลยุทธ์ทางการตลาด
  5. ความยั่งยืนของการนำแผนการตลาดไปใช้ในธุรกิจซอฟต์แวร์


ระยะเวลารับสมัครผู้เข้าแข่งขัน
หมดเขต 15 ต.ค. 2552 เท่านั้น

ปฐมนิเทศ
31 ตุลาคม 2552 เวลา : 13.00 น. - 16.00 น.คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กำหนดส่ง Proposal (ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ)
5 พ.ย. 2552 at suppakorn@acc.chula.ac.th
ผู้ที่ส่ง Proposal จะได้สิทธิ์เข้าร่วมอบรมทางวิชาการในหัวข้อ “กลยุทธ์ทางการตลาดในธุรกิจซอฟต์แวร์”
จำนวน 60 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สถานที่ : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


การฝึกอบรมทางวิชาการ
7 พ.ย. – 19 ธ.ค. 2552 ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา : 9.00 น. - 16.00 น. (พักเที่ยง)
ผู้เข้าอบรมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และส่งแผนการตลาดที่ผ่านเกณฑ์ จะได้รับวุฒิบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถานที่ : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กำหนดส่งแผนการตลาด
15 ม.ค. 2553
สถานที่ : ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประกาศผลผู้เข้ารอบสุดท้าย 20 ทีม
30 ม.ค. 2553
ที่ : http://swmarketing.sipa.or.th

ผู้เข้ารอบสุดท้ายนำเสนอแผน และประกาศผลรางวัลแผนการตลาดธุรกิจซอฟต์แวร์ดีเด่นแห่งชาติ
20 ก.พ. 2553
สถานที่ : คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

*ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนกำหนดการ หรือสถานที่ตามความเหมาะสม

สอบถามรายละเอียดโครงการ หรือส่งใบสมัคร ได้ที่
บริษัท โนวาอินเตอร์แอ็ด จำกัด โทร 0 2957 5721 / 081- 170 2122
Email: dunyahot@hotmail.com คุณ.สุชาดา


  • รางวัลชนะเลิศ 7 รางวัล สำหรับแต่ละประเภท
  • รางวัลรองชนะเลิศ 7 รางวัล สำหรับแต่ละประเภท
  • รางวัลชมเชย 7 รางวัล

เว็บไซต์ที่สอนภาษาอังกฤษ

http://www.englishtown.com สถาบันสอนภาษาอิงลิชทาวน์
http://www.britishcouncil.or.th บริติช เคานซิล ประเทศไทย
http://www.cleverlearn.com บริษัท เคลฟเวอร์เลิร์น
http://www.culi.chula.ac.th สถาบันสอนภาษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
http://www.eltcom.com อิงลิชพลัส

สุริยันและจันทราคืออะไร

สุริยันคือซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป เป็นโอเพ่นซอร์สสำหรับการใช้งานในระดับองค์กร ประกอบด้วยชุดซอฟต์แวร์ควบคุมเซิร์ฟเวอร์ อีเมล ฯลฯ เป็นทางเลือกในการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ต้องการความประหยัด และความปลอดภัย
จันทราเป็นชุดซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานในระดับบุคคลทั่วไป ประกอบด้วยโปรแกรมที่น่าสนใจมากมาย โดยทางผู้จัดทำได้แบ่งออกเป็น 7 หมวดหมู่ได้แก่

โปรแกรมออฟฟิศ ประกอบด้วย
OpenOffice.org - Office Suit
Dia - สำหรับสร้างไดอะแกรม (Diagram drawing)
PDFCreator - โปรแกรมสร้างไฟล์ PDF
FreeMind - โปรแกรมออแกไนเซอร์ (Organizing Ideas)

โปรแกรมอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วย
Firefox - เว็บเบราเซอร์
Thunderbird - โปรแกรมอีเมลไคลเอนต์
Gaim - โปรแกรม Instant Messenger
BitTorrent - โปรแกรมแชร์ไฟล์

โปรแกรมกราฟิก ประกอบด้วย
GIMP สำหรับการทำงานด้านกราฟิกกับภาพ Bitmap (Bitmap Graphics)
Inkscape - สำหรับสร้างภาพเวคเตอร์ (Vector Drawing)
Open Clip Art - คลังภาพคลิปอาร์ท

โปรแกรมมัลติมีเดีย ประกอบด้วย
VLC - เป็นชุดซอฟต์แวร์ด้าน Media Player
Audacity - เป็น Sound Editor สำหรับตัดต่อเพลง

โปรแกรมยูทิลิตี้ ประกอบด้วย
7 Zip - Archiver
ClamWin - โปรแกรมแอนติไวรัส

โปรแกรมพัฒนาเว็บ ประกอบด้วย
Nvu - Web Authoring
FileZilla - โปรแกรม File Transfer
PuTTY - Secure Remote Login
Notepad2 - Text Editor
AppServ - Web Server
Subversion - Version Control

โปรแกรมด้านความบันเทิง ประกอบด้วย
LBreakout2 - Arcade Game
Tux Racer - 3D Racing Game
SuperTux - Side Scroller Game

รวมทั้งสิ้น 24 โปรแกรม
จุดเด่นของจันทราคือความเป็นโอเพ่นซอร์สล้วน ๆ สามารถติดตั้งได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชุดซอฟต์แวร์ OpenOffice พัฒนาระบบการจัดการภาษาไทยเพิ่มเติมได้

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

ผู้ประกอบการได้ใช้กลยุทธ์อะไรจากบทความดังกล่าว

กล่าวได้ว่า ในปัจจุบันได้เกิดร้านค้า 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าโชว์ห่วยต้องดำเนินกิจการภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่ดีนัก ปัจจัยที่ต้องบีบให้มีการปรับตัว เพราะหากไม่ปรับตัวอาจจะปิดกิจการลงในระยะเวลาอันสั้น หรือล้มเหลวในอีกไม่นาน จึงต้องมีการปรับตัวรับมือกับคู่แข่งที่มีบริการและสินค้าที่ดีกว่าของตน ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าเจ้าของร้านเดิมมีธุรกิจร้านโชว์ห่วยเพียงอย่างเดียว แต่เล็งเห็นว่าหากไม่มีการปรับตัวจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของตน จงมีแนวทางใหม่คือเพิ่มทางเลือกในการขายสินค้าและบริการคือทำการขายก๋วยเตี๋ยวเพิ่มเติมในร้านโชว์ห่วย

อธิบายวิธีการและความแตกต่างของ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และ ทัศนคติ

องค์ความรู้ หมายถึง

สารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น องค์ความรู้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ ในการเรียนรู้ที่จะนำสารสนเทศมาใช้ในการแก้ปัญหา ซึ่งขึ้นกับการฝึกฝน และมุมมองในการเลือกสารสนเทศไปใช้

ภูมิปัญญา หมายถึง

เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้เรียนรู้ สั่งสม และทดลองใช้ จนเกิดเป็นแบบแผนที่มีคุณค่าในการดำเนินชีวิต โดยมีการถ่ายทอดกันสืบต่อมา ภูมิปัญญานั้นรวมความไปถึงทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรความรู้ ซึ่งมนุษย์ได้สร้างสรรค์ไว้เพื่อเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติ ทางสังคม ภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนแก้ปัญหาได้ และสร้างสรรค์อารยธรรมได้ อย่างมีดุลยภาพกับสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญานั้นไม่ได้เกิดมาอย่างเป็นเอกเทศ แต่มีการแลกเปลี่ยนเลือกเฟ้นและปรับใช้ภูมิปัญญาจากอารยธรรมอื่นตลอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน


ทัศนคติ หมายถึง

ความรู้สึก และ ความคิดเห็น ที่บุคคล มีต่อสิ่งของ บุคคล สถานการณ์ สถาบัน และข้อเสนอใด ๆ ในทางที่จะยอมรับ หรือปฏิเสธ ซึ่งมีผลทำให้ บุคคลพร้อม ที่จะ แสดงปฏิกิริยา ตอบสนอง ด้วย พฤติกรรม อย่างเดียวกันตลอด


ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าองค์ความรู้
ภูมิปัญญา และทัศนคตินั้นทั้งสามสิ่งมีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกัน เมื่อเราดำรงชีวิตจากเล็กจนเป็นผู้ใหญ่ หรือมีอายุสูงขึ้น แต่ละคนนั้นย่อมเกิดการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมต่างๆเมื่อเกิดการเรียนรู้จึงก่อให้เกิดเป็นภูมิปัญญา เกิดแบบแผนในการดำเนินชีวิตต่างๆที่ได่สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมาจนเกิด เป็นองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้นซึ่งใช้อธิบายสิ่งที่เป็นความรู้ภายในที่ไม่สามารถอธิบายหรือบรรยายได้ในบางลักษณะเมื่อเกิดองค์ความรู้ใหม่ๆเกิดขึ้น แล้วจึงเกิดเกิดทัศนคติที่ส่งผลให้มนุษย์เกิดการประพฤติปฏิบัติหรือสนองต่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นแบบแผนได้

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อธิบายกลยุทธ์ Red Blue Write Ocean พร้อมยกตัวอย่าง

Red Ocean
หลักการของ Red Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่ออุปสงค์ที่มีอยู่ แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม เป็นการสร้างความต้องการของลูกค้า และอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นมา ก่อให้เกิดประโยชน์หรือคุณค่าทั้งต่อองค์กรเองและลูกค้า โดยลูกค้าก็จะได้รับคุณค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร


ตัวอย่าง
Red Ocean : บริษัทประเภทคอมพิวเตอร์
จะเห็นได้ว่าธุรกิจบริษัทประเภทคอมพิวเตอร์มีการแย่งลูกค้าทางการตลาดกันมากเมื่อคู่แข่งออกแบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ฟังก์ชั่นใหม่ๆมา แล้วขายดีหรือเป็นที่ต้องการของลูกค้าก็จะแข่งกันผลิตขึ้นมา และกลายเป็นว่ามีการแข่งขันทางการตลาดสูง ส่งผลให้ขายไม่ได้และผู้ประกอบการเกิดการขาดทุน

Blue Ocean

หลักการของ Blue Ocean พยายามหักล้างแนวคิดทางด้านกลยุทธ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยเสนอว่า แทนที่จะมุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะคู่แข่งขัน ถ้าองค์กรต้องการที่จะเติบโตจริงๆ จะต้องแสวงหาทะเลแห่งใหม่ แทนที่จะเป็น Red Ocean ที่ดุเดือดแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเขาก็อุปมาเหมือนกับเป็น Blue Ocean Strategy โดยมีแนวทางในการวิเคราะห์อยู่ 4 ข้อ คือ
1.การยกเลิก (Eliminated) ของบางอย่างที่เราเคยคิดว่า ลูกค้าต้องการ แต่จริงๆ แล้ว ในปัจจุบันลูกค้า อาจจะไม่มีความต้องการเลยก็ได้
2.การลด (Reduced) การนำเสนอคุณค่าบางอย่างให้ต่ำกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเราอาจจะเคยคิดว่าคุณค่านั้นๆ ลูกค้ามีความต้องการมาก แต่จริงๆ อาจจะไม่มากอย่างที่เราคิด
3.การเพิ่ม (Raised) ปัจจัยบางอย่างให้สูงกว่าระดับอุตสาหกรรม
4.การสร้าง (Created) คุณค่าบางประการที่ไม่เคยมีการนำเสนอ ในอุตสาหกรรมมาก่อน

ตัวอย่าง Blue Ocean : เครื่องสำอาง Body Shop ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่ออกมา กระแสความตื่นตัว และตื่นเต้นไปกับแนวคิดของ Body Shop มีมากทีเดียว รวมทั้งความสำเร็จ เนื่องจาก Body Shop ได้ใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ในการขายเครื่องสำอางของตนเอง นั้นคือแทนที่จะมุ่งเน้นทำเหมือนคู่แข่งขันรายเดิมๆ ที่อยู่ในธุรกิจเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นการเน้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม หรือการสร้างภาพลักษณ์ของเทคโนโลยีชั้นสูง หรือการใช้ดาราหรือนางแบบชื่อดังมาโฆษณา หรือการตั้งราคาที่สูง แต่สิ่งที่ Body Shop นำเสนอคือคุณค่าที่แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดเครื่องสำอาง นั้นคือไม่เน้นในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ และหีบห่อที่สวยงาม สาเหตุที่ลดเนื่องจากคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้ามองหา จึงไม่เน้นเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง ไม่เน้นภาพลักษณ์ที่หรูหรา แต่เน้นการใช้ส่วนผสมตามธรรมชาติ และการดำรงชีวิตแบบมีสุขภาพที่สมบูรณ์ Body Shop ไม่ได้เน้นในการแข่งขันกับผู้ผลิตรายเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แต่พยายามนำเสนอคุณค่าใหม่ๆให้ลูกค้า เป็นการสร้าง Blue Ocean ขึ้นมา แทนที่จะมุ่งเน้นแต่ Red Ocean แบบเดิมๆ ข้อคิดที่สำคัญประการหนึ่ง ก็คือเมื่อ Body Shop สร้าง Blue Ocean มาได้แล้ว ไม่ช้าไม่นาน ก็จะมีคู่แข่งที่อยากจะเข้ามาในทะเลสีฟ้านี้ด้วยเช่นกัน และเมื่อคู่แข่งเข้ามามากขึ้น และกลยุทธ์ที่ใช้ก็จะไม่หนีกัน


White Ocean

กลยุทธ์น่านน้ำสีขาวคือทางสายกลางที่เป็นทางออกของวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จากความล่มสลายของความสุดโต่งทั้ง 2 สาย คือทุนนิยมที่มุ่งเน้นกำไรและการปั่นตัวเลขด้วยการปลูกฝังผิดๆ ให้สร้างความมั่งคั่งที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น จนขาด ศีลธรรมและสติ ที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตไป ทั่วโลก กับสังคมนิยมที่ขาดแรงกระตุ้นให้มนุษย์พัฒนาศักยภาพเนื่องจากปัจจัยด้าน เศรษฐกิจ

ซึ่งตั้งอยู่บนหลัก 7 ประการ

1.การเกิดขึ้นและมีอยู่ขององค์กรเป็นไปเพื่อสร้างผลเชิงบวกต่อสังคมโดย รวม (Net Positive Impact on Socity) หรือการมองที่ต้นทาง-การที่จะเป็นองค์กรสีขาวจะต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกของ การทำธุรกิจ ที่จะตอบโจทย์ปัญหาสังคมที่มีให้คลี่คลายไป จากความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญขององค์กรเพราะต้นทางที่ดี ย่อมนำมาสู่ปลายทางที่ดีเสมอ

2.ตั้งเป้าหมายระยะยาวและมองภาพใหญ่ในระดับมหภาค (Long-term Goal, Macro View) การมองแบบใฝ่สูง มองถึงระยะยาวมากกว่าผลเพียงระยะสั้น ทำให้องค์กรก้าวไปสู่ความยั่งยืน บางองค์กรมองไปในอีก 20 ปี บางองค์กรมองไปไกลถึง 100 ปี

3.แสวงหาจุดสมดุลระหว่างคน (People) สิ่งแวดล้อม (Planet) และผลกำไร (Profit) โดยมีความมุ่งมั่นศรัทธาในการเปลี่ยนแปลงสังคม (Passion) เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน

4.ยืนอยู่บนหลักการของโลกอันสมบูรณ์ (The World of Abudance) ซึ่งนี่เป็นความต่างกับองค์กรธุรกิจในมุมมองของ Red Ocean ที่มองว่าทรัพยากรมีจำกัดต้องแข่งขันกัน หรือ Blue Ocean ที่ต้องแสวงหาตลาดใหม่ ใน White Ocean มองว่าทรัพยากรของโลกมีอยู่อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องแข่งขันแก่งแย่ง เมื่อสำเร็จแล้วก็สามารถเชื้อเชิญให้คนอื่นมารับผลสำเร็จได้ด้วย

5.ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม ความเป็นจริง และความเป็นเนื้อแท้ (Integrity) เป็นการตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดีโดยเนื้อแท้ ทั้งในสิ่งที่เราคิด พูด เชื่อ และทำ โดยไม่ได้สร้างภาพ โดยจุดศูนย์กลางขององค์กรจะย้ายจากผู้บังคับบัญชามาอยู่ในจุดศูนย์กลางที่ เป็น Best Practice ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นคนคิดอาจจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ถ้าเป็นหลักปฏิบัติที่ดีที่สุดก็จะต้องให้ความสำคัญ

6.เป็นองค์กรที่ระเบิดจากข้างในและมี ดีเอ็นเอความรับผิดชอบอยู่ในตัวพนักงานทุกคน (Individual Social Responsibility) โดยการเปลี่ยนแปลงคนในองค์กรให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมก่อนจึงจะขยายสู่ สังคม

และ 7.เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการ (Set the Benchmark) เรื่องนี้ เป็นเหมือนกับองค์กรที่ใช้สมองซีกขวาในการคิด กล้าคิดนอกกรอบ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีอิสรภาพความคิดไปได้อย่างไม่มีที่ สิ้นสุด


ตัวอย่าง White Ocean : บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)

ซึ่งบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ได้สร้างผลเชิงบวกและช่วยเหลือสังคมได้อย่างดี เพราะช่วยเหลือรัฐบาลในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เช่น ด้านอุตสาหกรรม ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ขนส่ง ที่ทำให้ประชาชนชาวไทยมีสาธารณูปโภค การเดินทาง การใช้ชีวิตที่ดีและมั่นคงมากยิ่งขึ้น